.
 
 
ตามรอยปริศนาชาร์เลอมาญ
The Charlemange Pursuit
 
  • ซีรี่ย์คอตตอน มาโลนเล่มที่ 4 ของสตีฟ เบอร์รี่ (จริงๆ ออกมา 6 เล่มแล้ว แต่แพรวพึ่งเอามาแปลแค่ 4 เล่มค่ะ) คอหนังสือสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์คงจะรู้จักกันดี 3 เล่มก่อนหน้านี้เรียงตามไทม์ไลน์ สารภาพว่าเราไม่ได้อ่าน โผล่มาก็ซื้อเล่มนี้มาอ่านเลย ซึ่งไม่รู้ว่าทำให้อรรถรสการอ่าน ตามรอยปริศนาชาร์เลอมาญ ของเราลดลงรึป่าว แต่คิดว่าไม่เกี่ยว แม้ตัวละครจะมีการรำลึกความหลังบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของบุคคลรอบข้างมากกว่าจะเป็นเกร็ดสำคัญๆ ที่เชื่อมโยงกับเล่มอื่นๆ พูดง่ายๆ ไม่ต้องอ่านทุกเล่มก็รู้เรื่องนะ

  • ตัวเอกของเรื่องคือ คอตตอน มาโลน เป็นคนอเมริกา เคยเป็นทหาร ออกมาเป็นนับสืบของกระทรวงยุติธรรม แต่คาดว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในเล่ม 1-3 เขาก็ขอเกษียณตัวเองออกมาเปิดร้านขายหนังสือที่เดนมาร์ค หวังว่าจะมีชีวิตสงบสุขบ้างอะไรบ้าง แต่วันหนึ่งเจ้านายเก่าเขาที่กระทรวงติดต่อมาว่าได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อเขาหายไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วขณะที่เป็นผู้บังคับการเรือดำน้ำไปที่แอนตาร์กติก(ขั้วโลกใต้) เรื่องพ่อตายนั้นคาใจมาโลนมาตลอด เพราะตอนนั้นกองทัพเรือออกข่าวว่ามันจมและหาไม่เจอ แต่ครอบครัวเขาไม่คิดแบบนั้น และเขายังคงคิดแคลงใจอยู่ ด้วยความอยากรู้เรื่องพ่อตัวเองให้มากขึ้น ตัวเอกของเราเลยกระโจนเข้าเรื่องชุลมุนในที่สุด เรื่องราวเลยดำเนินต่อไปอย่างวุ่นวาย โยงไปถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยุคกษัตริย์ชาร์เลอมาญซึ่งนำไปสู่การแกะรอยหาที่มาที่ไปว่าพ่อคอตตอนไปที่แอนตาร์กติกทำไม เรือจมได้ยังไง แล้วยังมีคนสำคัญอีกหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง...ทั้งตระกูลนาซีโบราณในบาวาเรีย นายทหารใหญ่คนหนึ่ง นักฆ่า ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

  • เรื่องราวดำเนินไปพร้อมๆ กัน 2 ที่คือ ที่อเมริกา และที่เยอรมัน
  • การเมือง ชิงดีชิงเด่น ชิงอำนาจ .....ไม่คาดคิดจริงๆ ตอนแรกว่าจะหาอ่านอะไรที่มันออกแนวประวัติศาสตร์และศาสนา ทำนองดาวินชีไรงี้ พอมาเล่มนี้นี่มันการเมืองล้วนๆ
  • มีการฆาตกรรม หลายศพทีเดียว ก็ลุ้นๆ บ้างนะ แต่ส่วนใหญ่ไม่
  • แม้จะไม่ถูกใจที่มีการเมืองมาเกี่ยวเยอะไปหน่อย แต่ต้องบอกว่าทำได้ดีในจุดนี้ ทั้งเรื่องแผนการต่างๆ และการบรรยายบุคคลในแวดวงการเมือง
  • การชิงไหวชิงพริบที่อเมริกาเรียกได้ว่าฉลาดมาก วิธีพูด วิธีฆ่า ...เจ๋งๆ ทั้งนั้น
  • แต่ก็นั่นแหละ ไม่รู้ว่าคาดหวังกับแง่ของประวัติศาสตร์มากไปหรือป่าว เราถึงรู้สึกว่ามันด้อยกว่าอุบายเรื่องการเมืองมาก ทั้งการบรรยายสถานที่ การลำดับเหตุการณ์ มึนมาก รายละเอียดเยอะเกิน เหมือนต้องการหลอกเราให้งง บางทีต้องอ่านย่อหน้าละ 2 รอบ เพราะไม่เข้าใจหรือนึกภาพไม่ออก จะโทษคนแต่งอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเราอ่านแปลไทย อาจจะมีการผิดพลาดที่กระบวนการแปล
  • สำหรับปมประวัติศาสตร์เรื่องก็น่าสนใจดี ตอนแรกๆ อ่านไปก็สงสัยมากว่าชาร์เลอมาญ แอนตาร์กติกและกองทัพเรืออเมริกาไปเกี่ยวกันได้ไง จริงๆ อ่านชื่อเรื่องก็คาดหวังว่าจะได้รู้ชีวประวัติของชาร์เลอมาญในแง่ใหม่ๆ มากขึ้น เพราะกษัตริย์องค์นี้ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษที่ลึกลับที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป แต่ปมในเรื่องจริิงๆ แล้วโยงไปถึงเรื่องอารยธรรมมากกว่า
  • ถ้าให้เทียบกับนิยายแดน บราวน์ในใจเราทั้ง 2 เล่มคือ เทวากับซาตาน และ ดาวินชีโค้ด เพราะมันก็แนวๆ เดียวกัน บอกได้เลยว่าชาร์เลอมาญยังไม่ถึงใจเท่า เสน่ห์ของแดน บราวน์คือการไหลลื่นกลมกลืนกันของเรื่องแต่ง/เรื่องจริง/เรื่องที่ยังเป็นข้อถกเถียง อีกทั้งการบรรยายสถานที่หรืองานศิลปะก็เยอะกว่าหนังสือของสตีฟ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าแดน บราวน์เขียนเชิงพรรณนาได้ดีกว่ามาก อ่านแล้วเห็นภาพกว่า ชาร์เลอมาญอ่านแล้วรู้เป็นส่วนใหญ่เลยว่าเรื่องไหนกุขึ้นบ้าง ฮ่าๆๆ
  • ความมีมิติ อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอกก็ยังไม่ถึง เข้าใจว่าสตีฟเขียนให้เหมือนกับเรายืนดูเหตุการณ์อยู่ แต่ส่วนตัวชอบอ่านแบบที่ตัวละครเอกถูกบรรยายด้วยความรู้สึกนึกคิดมากกว่านี้ คือเรารับรู้ร่วมกับตัวละคร รู้ว่าเขาคิดได้ยังไง เขาเจ็บแค่ไหน แต่จากที่อ่านคอตตอนยังไม่ได้ใจเราเลย เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
  • ครึ่งเล่มแรก อ่านแบบเนือยๆ มาก เพราะเวิ่นสุดๆ คือค่อยๆ ปล่อยของออกมาทีละนิดๆ โฮ่....แต่พอปล่อยทุกอย่างออกมาครบ ก็ตู้มมมม ไคลแมกซ์ แต่เราลืมรายละเอียดตอนแรกๆ ไปแล้ว แย่จัง
  • ตอนไคล์แมกซ์เขียนดีค่ะ ไม่น่าผิดหวัง แต่บทสรุปอาจไม่เป็นที่ชอบใจเท่าไหร่สำหรับบางคน เราก็บอกไม่ถูกว่าถูกใจรึป่าว มันรู้สึกโล่งแต่ขณะเดียวกันก็อยากรู้ต่อ(มันเป็นแนวการจบเรื่องของสตีฟหรือยังไงนะ)
  • ชอบประธานาธิบดีในเรื่องนี้มาก ฉลาดคิด ฉลาดพูด และเป็นนักวางแผน แต่ไม่เด่นเท่าไหร่เลย
  • ปกฉบับแปลไทยสวยนะ ชอบ

ก็เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งนะคะ แต่ไม่ตรึงใจมากเท่าที่หวังไว้ อารมณ์พอๆ กับ The Lost Symbol ที่อ่านแล้ว เอ่อม... ไม่โดนแฮะ แต่ชาร์เลอมาญไม่มีปรัชญานะคะ ที่เรารู้สึกเฉยๆ เพราะมันอ่านแล้วไม่ตื่นตาตื่นใจกับปมหลักของสตีฟ มันไม่เด่นชัดเจนพอมั้งนะสำหรับเรา

.