[Trip]São Paulo Simple

posted on 08 Oct 2007 06:26 by moonshine  in AFS

.

วันนี้จะพาไปเที่ยวค่ะ รายงานกันแบบสด ๆ ร้อน ๆ พึ่งไปมาเมื่อวานนี้เอง ทริปนี้คล้าย ๆ พวกแบ็คแพกเพราะลุย ๆ และทรหด แต่แค่ไปเช้าเย็นกลับเท่านั้น จุดหมายของเราก็คือ...São Paulo - SP, Brazil บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อมาแล้วเพราะเป็นเมืองอุตสาหกรรมและศูนย์กลางเศรษฐกิจของบราซิล แล้วก็ห่างจากเมืองที่เราพักอยู่แค่ชั่วโมงเศษ ๆ มาทั้งทีแถมอยู่ใกล้ขนาดนี้ กลับไทยไปโดยไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนมหานครใหญ่ได้อย่างไร ใหญ่ขนาดไหนน่ะเหรอ...กว่าสิบเอ็ดล้านคน เยอะมากกว่ากรุงเทพฯสองเท่า

.

พร้อมจะไปกันยัง?

.

.

แต่เดี๋ยวก่อน ต้องแนะนำผู้ร่วมอุดมการณ์ด้วย

ผู้ชายคนนี้ Remio (เฮมิว) เป็นหัวหน้าเอเอฟเอสประจำรัฐเซาเปาโล วันนี้มาเป็นไกด์พิเศษให้เรา ส่วนสาวสวยอีกคน Iris (อิริส) จากนอร์เวย์ค่ะ เป็นเด็กแลกเปลี่ยนฯอยู่เมืองเดียวกันกับเรา สองคนนี้เขามีเพื่อนคนเดียวกัน (งงมั้ย?) ก็เพื่อนของเพื่อนไง ประมาณว่าโลกมันกลมจัด เพื่อนรุ่นพี่ของอิริสเคยมาแลกเปลี่ยนฯที่บราซิลแล้วได้เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเฮมิว แหมมม.....บังเอิญจริง

ออกเดินทางกันเต๊อะ!

.

.

เราเริ่มด้วย Metrô เป็นรถไฟฟ้าของที่นี่ มีทั้งลอยฟ้าและใต้ดินเหมือนกัน งานนี้มีแต่เดินกับใช้บริการรถไฟเท่านั้นแหละ รณรงค์ไม่ใช่รถ เปลืองน้ำมัน -*-

ค่าตั๊วคิดเป็นเที่ยว ๆ เลย ราคาเดียวตลอดสาย(หรือจะเปลี่ยนเส้นทาง ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม) ตั๊วสำหรับเที่ยวเดียวใบหนึ่งก็ 2,30 R$ คิดเป็นเงินไทยตกประมาณ 41 บาท ถูกกว่า BTS กับรัชมงคลฯอีกนะเนี่ย แต่ก็นั่นแหละ คุณภาพก็ต่างกัน พวกเราก็ใช้คุ้มค่ะไปผ่านหลายสถานีเลย

.

เราจะเห็นศิลปกรรมแปลก ๆ ในสถานีรถไฟได้เสมอ....

.

.

เฮมิวพาไปแวะที่ Geleria Instituto Moreira Salles ซึ่งเป็นแกลเลอรี่และโรงหนังผสมกัน ลืมบอกไปว่าเฮมิวเป็นบรรณาธิการคอลัมน์ภาพยนตร์ให้นิตยสารแห่งหนึ่ง เขาพาไปงานเปิดตัวหนังรอบสื่อมวลชนเรื่อง O Signo de Cidadeซึ่งก็เข้าฟรีกินฟรี ฮ่า ๆ แบบว่าชื่อพวกเราที่เหลือสองคนก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้หรอก เจ้าหน้าที่ต้อนรับเขาใจดีมั้ง เห็นติดมากับเฮมิวเลยผ่อนผันให้เข้าไป(ไม่รู้ซะแล้วว่าตานี่มันร้ายนัก) ก็จกของว่างที่เขาตั้งเป็นบุฟเฟ่ต์ไว้มากินทั้ง ๆ ที่กินมื้อเช้าแล้ว อร่อยมากกกกก อ๊ากกกก ไม่อยากเลิก 555+ เราก็คุย ๆ กันไปสักพัก หันไปเจ๊อะกับดารานำแสดงคนหนึ่ง เก้ ๆ กัง ๆ กันอยู่นานว่าจะขอเข้าปถ่ายรูปดีมั้ย แล้วเฮมิวก็วางแผนเสร็จสรรพ ให้พวกเราเข้าไปบอกว่าเป็นเด็กฝึกงานที่โรงหนัง แล้วให้บอกอีกต่างหากว่ามากจากต่างประเทศ

แผนการตอ (แหล) สำเร็จ สาวใหญ่คนนี้เขาชื่อ Bruna Lombardi ถือว่าเป็นนักแสดงชื่อดังคนหนึ่ง เห็นสาว ๆ แบบนี้ทายสิเค๊อะอายุเท่าไหร่ ...55 ปีแล้วค่ะพี่น้องงง คงเทียบกับต่าย เพ็ญพักษ์บ้านเราได้ สาวสองพันปี

.

กิน(ฟรี)เสร็จ ถ่ายรูป(ฟรี)เสร็จ เราก็เผ่นกันทันที 555+ ทั้ง ๆ ที่งานนี้เขาต้องเข้าไปชมภาพยนตร์ด้วย แต่ไม่ค่ะ! ยังต้องไปต่อกันหลายที่เลยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินออกมาจากงาน จากนั้นก็เดินลัดเลาะมาถึง Avenida Paulista ถนนใหญ่สายสำคัญและเก่าแก่ที่สุดในเซาเปาโล

ชวนให้นึกถึงถนนสีลมอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ยังมีสถาปัตกรรมเก่า ๆ ตั้งอยู่ร่วมกับแบบโมเดิร์นที่ไม่รู้จะเรียกว่าลงตัวดีรึเปล่า

.

มาต่อกันที่ Parque Ten. Siqueira Campos ก็อยู่ใกล้ ๆ กันนั่นแหละ

เป็นสวนสาธารณะใหญ่แห่งหนึ่ง เขาว่ากันว่าถ้ามาเดินเล่นพักผ่อนที่นี่ จะลืมว่าคุณอยู่ในเซาเปาโลเลยทีเดียว ......ก็จริง ต้นไม้เยอะมาก สูง ๆ ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น อย่างกับอยู่ในป่า แต่ก็สะอาดสะอ้านดี มีถนนวันเวย์ตัดกลางสวน ดูแปลกไปอีกอย่าง เวลาขับรถผ่านจุดนี้เลยเหมือนขับอยู่ในชนบทเสียมากกว่า

.

.

ใช้บริการรถไฟอีกรอบเพื่อไปยัง Mercado Municipal

เป็นตลาดใหญ่ที่เก่าแก่มาก ๆ มีทุกอย่าง ภาพด้านขวาชวนให้นึกถึงคลองถม สำเพ็ง คล้าย ๆ กันเลย ขายของทุกอย่าง มีหมด! (ยกเว้นของกิน) ส่วนตัวตลาดสดจริง ๆ นั้นอยู่ในตึกเก่า(ภาพด้านซ้าย)

เห็นแล้วน้ำลายไหล ที่นี่ก็มีของสดของแห้งทุกอย่าง (เฉพาะของกินเท่านั้นนะ) เครื่องเทศ ผลไม้พื้น ๆ และหายาก พริก สมุนไพร เนื้อสัตว์ ของทะเลและร้านอาหาร ที่ชั้นบนของอาคารเป็นร้านอาหารใหญ่ และที่สำคัญเบียร์สดขึ้นชื่อมากก....

มาถึงที่ก็ต้องลองกันหน่อย เฮมิวแนะนำซะด้วย 55+ ช่างเป็นเอเอฟเอสที่รักษากฎดีมาก ที่เห็นเป็นเบียร์ดำค่ะ รสชาติแปลกดี(ก็ไม่เคยกินอ่ะ) ความจริงก็สั่งเบียร์สดธรรมดามาด้วย สุดยอดดดด เบียร์กระป๋องนี่ตกกระป๋องไปเลยจริง ๆ

.

.

เดินมาต่อกันที่ Mercado อีกแห่ง ไม่ต่างกันค่ะ พอ ๆ กับ สะพานเหล็ก เยาวราช

"บราซิลมุง" ชายคนหนึ่งกำลังเล่นมายากลหาตังค์เลี้ยงตัว (และครอบครัว) อยู่

.

เดินต่อมาอีกสักนิ๊ด(มาจริง ๆ จะรู้ว่าไม่นิด)

ส่วนนี้เป็น Igreja de São Paulo โบสถ์ใหญ่ของเมือง

.

เดินต่อมาอีก(เฮ้ออ เหนื่อย เมื่อยว้อยย!) เราจะไปกินข้าวกลางวันกันค่ะ ตอนนั้นน่ะบ่ายสองโมงแล้ว แต่ก็ไม่ได้หิวมาก ...เล่นกินของฟรีไปซะตั้งเยอะนี่นะ

ประเทศอื่นเขามี China Town แต่บราซิลมี Japan Town ความจริงก็มีจีนผสมด้วยนิดหน่อย เพราะเห็นมีเหลาอยู่เจ้าหนึ่ง(อืม..นิดหน่อยจริง ๆ)

.

มาถึงที่ก็ต้องไปหาอาหารญี่ปุ่นกินกัน เฮมิวไกด์ให้อีก เพราะพี่แกก็ชอบอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน เขาเลยพาไปร้านโปรด Oriental Center เป็นแบบเลือกตักเอาเอง คิดค่าอาหารเป็นกรัม

ไม่ได้กินอาหารทะเลมานานมาก ตักเพลิน 555+ จานก็ใหญ่ให้มาล่อใจจริง ๆ ในจานนี้ก็มีสีเขียวไปซะครึ่งหนึ่ง ผักกาด บร็อคโคลี่ ถั่วงอกผัด (อร่อยมากแต่ตักมานิดเดียวเอง) หัวยอมปูอัด เห็ดหอมแล้วก็สลัดแครอทกับอะไรสักอย่าง ><ส่วนพวกเพิ่มความยืดหยุ่นให้กระเพาะก็มีทั้งยำปลาหมึก(เหนียวอิ๊บอ๊าย) ปลานึ่งมัน ยากิโซบะ ปลาซาบะทอด แซลม่อนย่าง กุ้งเสียบ เอ้ย ต้องเป็นกุ้งย่างสินะ เทมปุระ(อร่อยมากเช่นกัน) ที่ขาดไม่ได้คือซูชิและปลาดิบ เป็นอะไรที่อร่อยที่สุดแล้ววว ปกติเรากินของพวกนี้ไม่ค่อยได้ (เลยตักมานิดเดียว) แต่งานนี้ถูกปากมากกก ทายสิคะว่าจานเบ้อเริ่มขนาดนี้ เราจะกินหมดเหร้อออ

.

.

ต้องหมดดิ!(ตักเองจ่ายเอง เหลือมันเปลืองนะเฟ้ย) เกลี้ยงเลยแหละ ตอนแรกก็ว่าไม่หมดชัวร์ ไป ๆ มา ๆ ...ไม่เหลือ 55+ มื้อนี้รวมน้ำด้วยหมดไป 15 R$ ก็ประมาณ 270 บาท คุ้มสุด ๆ คงจะไม่ผิดถ้าเราลงมติว่าร้านนี้อร่อยกว่าฟูจิหรือเซนที่ไทยมากกว่าเป็นไหน ๆ รู้สึกเขาจะใช้พ่อครัวจากญี่ปุ่นมาทำจริง ๆเพราะเห็นหน้าตาคนในร้านแล้ว... อาตี๋อาหมวยมาเอง(แถมยังว่าวนิปป่อนกันได้อีกแหน่ะ) แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไทยน่ะเหรอ เห็นพ่อครัวแม่ครัวบางคนหน้าไท๊ไทย หน้าแนวฝรั่งตาน้ำข้าวก็ยังมี มันจะเชื่อฝีมือได้มั้ยเนี่ย

.

.

เม้าท์เรื่องกิน ๆ ซะเยอะ เสร็จแล้วเฮมิวพาเดินต่อ(อีก T_T)เพื่อกลับไปยังอพาร์ทเม้นท์เขา ระหว่างทางก็ผ่านสถานที่สำคัญ ๆ ของราชการอีกหลายที่

อย่างที่เห็นในรูปคือ Theatro Municipal ค่ะ เป็นโรงละครใหญ่ น่าจะเทียบได้กับเฉลิมกรุงบ้านเรา

.

แล้วก็เดินมาเจอ Mime ค่ะ ลืมไปแล้วว่าชาวบราซิลเขาเรียกอะไรกัน ><

ก็คือคนมาจำลองตัวเองเป็นหุ่น แต่เคลื่อนไหวได้นะ เหมือนหุ่นจริงมาก ๆ พอมีคนเข้าไปหยอดเงินอะไรประมาณนี้ เขาก็จำทำท่าดีใจ เต้น หรืออะไรก็ว่าไป

.

สถานที่สุดท้ายก่อนกลับไปนั่งพักที่บ้าน คือห้างแห่งหนึ่งค่ะ เป็นแหล่งรวมของพวก Rock, Metal และ Gothic พวกแฟนพันธุ์พวกนี้ก็จะรวมตัวกันที่นั่น เป็นฝูงเลยทีเดียว เราก็เดินดูของ (แปลก) ไปเรื่อย แต่...เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

รองเท้าเฮมิวไปติดร่องบันได้เลื่อนค่า....ฮามาก คือแบบบันไดค้างต้องเรียกช่างมาควบคุมเครื่องใหม่ จึงจะเอาออกได้ ฟันปลาที่เห็นคือคมสุด ๆ เป็นร่องชัดเจนเลยที่ขอบรองเท้า แต่ที่ฮากว่าก็คือตอนที่รอช่างมาช่วย พวกที่ผ่านไปผ่านมามันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกันใหญ่ อะไรวะ....มันน่าสนใจขนาดนั้นเลยรึ แต่รูปของเราที่เห็นน่ะอิริสมันฉกกล้องไปถ่ายยยยย!!!

.

.

เฮ้ออออ เหนื่อย จบแล้วค่ะทริปวันนี้ เดินทั้งวัน ไม่อยากจะคิดเลยว่ากี่กิโล กลัวตกใจ 555+ ตอนนี้ยังปวดขาไม่หาย แต่ก็อยากกลับไปเที่ยวอีกครั้ง เมืองเขาออกจะใหญ่โต ที่ได้ไปน่ะแค่ส่วนเล็ก ๆ ของเมืองเอง

.

ก่อนจากกันวันนี้ขอจบด้วยน้ำอัดลมที่เฮมิวซื้อมาให้ตอนจะกลับแล้ว

แฟนต้ารสใหม่ล่าสุด กลิ่นส้มผสมมะม่วง!? และที่สำคัญขึ้นชื่อ Tailândia >> Thailand เด่นหราเลยนั่น เห็นโฆษณาในทีวีก็ตกใจเหมือนกัน + งง ว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของไทยยังไง ไอ้ส้มกับมะม่วงเนี่ย เพราะที่นี่ก็มีเยอะแยะไปอยากรู้ว่าที่ไทยมีออกรสนี้ป้ะคะ ใครเคยเห็นช่วยบอกที จากที่ดื่มแล้วก็รสชาติใช้ได้น้า...แต่เราไม่ชอบน้ำมะม่วง เลยรู้สึกแปลก ๆ ชอบกล อย่าลืมหาชิมกันนะคะ 555+

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



พี่ไม่เคยไป SP เลยอ่ะ
แบบว่า แค่นั่งเครื่องไปลง เท่านั้นเอง
แล้วจะได้ไปเที่ยว Pantanal ไหมเนี่ย

#1 By AkE on 2007-10-08 08:54


ลืมไป
เมืองไทยมี Fanta World Brazil นะ
เป็นน้ำองุ่น
สรุปว่าสลับกัน

#2 By AkE on 2007-10-08 08:55

ฮะโร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไฮโซ
ไปเที่ยวบราซิลหรอตัว ได้ข่าวว่า ที่นั่นหนุ่มหล่อกล้ามโตเยอะ

ชอบ mime อะ
อยากเจอจริงๆสักครั้งจัง

#3 By Luscinia on 2007-10-08 11:44

ว้าว บ้านเมืองเค้าสวยจัง อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยจ้า รูปสวยมาก
ถ้าเราไปเองคงถ่ายแต่มนุษย์ผู้ชายเป็นแน่แท้

รองเท้าติดบันไดเลื่อน 55 แอบสงสารเฮมิวอ่ะ เราไม่เคยติดแบบนี้ เคยแต่ส้นสูงติดร่อง ดึงออดมาส้นพังเลย แทบกรี๊ด

น้ำมะม่วงเหมือนจะเคยกิน มันแหวะอ่ะ เลยเลิก

#4 By gallantfoal on 2007-10-08 11:59

โอ๊ยยย น้องเอ๋ย พี่ละแสนจะอิจฉามากๆๆๆๆๆ ดีๆๆเหมือนได้ไปด้วยตัวเอง (จะมีโอกาสมั้ยนะ) ไว้มาเล่าให้ฟังอีกนะจ๊ะ

#5 By {[thelove]}..I DO cherish you.. on 2007-10-08 14:29

ทำไมดูแล้วน้ำลายหกได้ขนาดนี้
น่ากินมากเลยอ่ะ
แล้วก็สนใจมนุษย์หุ่นด้วย เราชอบมากเลย

#6 By B E A V E R on 2007-10-08 17:35

ง่ัะส์ กะจะลงบล๊อกเรื่องแฟนต้าเหมือนกัน
แกตัดชิงไปซะก่อน

อิจฉาาาา ได้ไปเซาเปา
อยากไปมั่ง
เมืองเราไม่เห็นมีไปเที่ยวไหนมั่งเลย แง๊~ >_<

#7 By [k]^i*c"K on 2007-10-10 00:49

มีได้ไปเที่ยวชายหาด ที่บราซิลรึยังครับ อยากเห็นรูปชายหาดครับ อิ อิbig smile

#8 By เก่ง (58.8.193.125) on 2007-10-10 19:13

บ้านเมืองเขาสวยจังเลย

แต่สนใจของกินมากกว่าน้า อิอิ

เอ....แฟนต้าแบบนี้มีขายในไทยป่าวน้า เพราะไม่ค่อยได้กินน้ำอัดลม เด๋วไปลองดู รสชาติคงแปลกๆ มีไทยแลนด์ด้วย เลิศ

รักษาสุขภาพนะคะ cry

#9 By ~:. t r u s t.:~ on 2007-10-18 00:44

สาวน้อยตะลุยเที่ยวน่าสนุก เมืองเขาก็น่าเที่ยวจริงๆ ไม่น่าแปลกหรอกค่ะที่กินซะหมดจาน เดินเยอะขนาดนั้น big smile
แฟนต้ามะม่วงยังไม่เคยเห็นนะคะ มันคงเป็น gimmick ที่ทางแฟนต้าคิดเอาเอง confused smile

#10 By RogerWilco on 2007-10-25 12:54