Flight(s) Plan 2
posted on 11 Feb 2008 14:54 by moonshine in AFS.
นั่งผลัดมาเป็นอาทิตย์(จนตอนนี้ว่าง) ก็ได้เวลามารายงานความเป็นไปของทริปสุดหรรษากลับไทย การเดินทางข้ามทวีปร่วม 30 ชม.นับเป็นเรื่องเลวร้ายแล้ว แต่ครั้งนี้ยังมีอะไร ๆ ที่หฤหรรย์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้อีก ความจริงกลับมาถึงตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว ๆ นู้นแหละค่ะ กำหนดการคือเครื่องบินต้องลงหม่งพื้นแตะผืนดินสยามประเทศเวลา 23.45 น.ของวันที่ 28 มกราคม 2551 ตามเวลาประเทศไทย แต่เหตุการณ์ในความเป็นจริงแล้วดิชั้นมาถึงสุวรรณภูมิเวลา 20.55 น.ของวันในกำหนดการ เรื่องเป็นมายังไง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
* ติดตามทริปขาไปบราซิลได้ใน Flight(s) Plan
เวลาแห่งประสบการณ์อันล้ำค่าของพวกเราทั้ง 23 คนหมดลงเรียบร้อยในวันที่ 26 มกราคม 2551 ซึ้งถือเป็นการสิ้นสุดโปรแกรมนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-บราซิลระยะ 1 ปี โดยในวันเดียวก็มีเด็กจากประเทศอื่นที่มารุ่นเดียวกันทะยอยกลับด้วย
แต่พวกเราชาวสยามอยู่รอบดึกซึ่งเป็นประเทศสุดท้าย เพื่อนบางคนที่อยู่รัฐไกล ๆ ก็มารอขึ้นเครื่องที่สนามบิน GRU (Guarulhos International Airport - São Paulo) ตั้งแต่ไก่โห่(บางคนมาตั้งแต่คืนของอีกวันนึงเลยก็มี) แต่เราอยู่เืมืองที่ใกล้สนามบินมากที่สุด เลยมีโฮสขับรถไปส่ง และไปถึงเป็นคนสุดท้าย - -" ที่เขาว่า ๆ คนอยู่ใกล้ที่สุดมักจะมาช้าที่สุดนี่จริงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ความจริงเราก็ไปถึงตรงเวลานะ เอเอฟเอสบอกว่าให้มาก่อนเครื่องออก 4 ชม. ไอ้พวกที่มาก่อนต่างหากล่ะ ...จะรีบมาทำไมฟะ ต่อไปนี้คือกำหนดการเดินทางกลับไทยที่จัดการโดยเอเอฟเอสห่วย ๆ ที่่นั่น
GRU --> DFW 26/01/08 American Airlines
DFW --> LAX 27/01/08 American Airlines
LAX --> HKG 27/01/08 Cathay Pacific
HKG --> BKK 28/01/08 Cathay Pacific
เกือบจะทับรอยเส้นทางเดิมจากขามาทั้งหมด เปลี่ยนจาก MIA ไปต่อที่ DFW เท่านั้นเอง ..ออกจากเซาเปาโลเวลา 23.30 น.ค่ะ
กว่าพวกเราจะเช็คอินกันครบและกว่าพวกตั๊วมีปัญหา(AA มันจอมมั่วจริง ๆ)จะเรียบร้อยก็ปาเข้าไป สองทุ่มเศษ ๆ พวกที่โฮสมาส่งก็ร่ำรากันไป จากนั้นก็ทะยอยเข้าตม. หลังจากตม.โดน Duty Free ดักไว้อีก เดินถึงเกทก็สามทุ่มครึ่งแล้วล่ะมั้ง นั่งไปนั่งมา หาอะไรกินก็แล้ว เม้าท์กันพอใจแล้ว วงไพ่อุบาทก์กลับมาอีกครั้ง(นี่ยังไม่ทันขึ้นเครื่องเลยนะเนี่ย!!!)

ค่ะ ความสิ้นคิดของพวกเราไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะวงไพ่นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนพวกที่เหลือน่ะเหรอ ถ่ายรูปบ้างล่ะ นั่งทำใจบ้างล่ะ(ต้องพรากจากแฟน) ดูการ์ตูนโป๊กันก็มี ซึ่งทั้งกลุ่มก็ร่วม 20 กว่าคน คนไทยอยู่ที่ไหน รังแตกที่นั่น! ส่งเสียงดังไม่เกรงใจชาวบ้านมาก ๆ 555+ แอบเห็นฝรั่งบ้างคนนั่งมองกลั้นขำใหญ่

พอได้เวลาเข้าเกท พวกเราก็ได้รับรู้ข่าวร้ายว่าไม่ได้นั่งติดกันเลย! แถมแต่ละคนได้โลเคชั่นอุบาทก์ทั้งนั้น(เช่น นั่งตรงกลางของ Row 5 คน) อะไรของมันฟะ!!! ขามานั่งติดกันอยู่ดี ๆ ทำอะไร(?)ก็สะดวกหน่อย นี่เล่นจับแยกหมด เรื่องนี้ไม่โทษเอเอฟเอสบราซิลแล้วจะโทษใครนะฮ้าา ส่วนเราอับโชคนั่งด้านใน นอนทีก็ลำบาก จะเข้าห้องน้ำก็ลำบาก ไฟลท์นี้มัน 10 ชม.เต็ม ๆ นะ!! ทรมาน...
วินาทีนั้นที่ได้มองเซาเปาโลเป็นครั้งสุดท้ายก็รู้สึกแปลก ๆ หวิว ๆ นะ(ไม่ใช่เพราะกลัวเครื่องบิน -*-) แผ่นดินที่เราอยู่มาปีนึง ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่นี่เรากำลังจะจากไปแล้วนะ ..และมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะได้กลับมาที่นี่อีก ท่ามกลางสายตาไว้อาลัยนั้นอิชั้นก็เหลือบไปเห็นผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ ค่ะ ว่ามันก็มองไปนอกหน้าต่างแล้วท่าสีหน้าเหมือนดิชั้นเปี๊ยบบ ลุ้นอยู่ว่ามันจะร้องไห้รึป่าว ....สักพัก เฮ้ยย!! มันร้องจริง ๆ ว่ะค่ะ ไอ้เราว่าเศร้าแล้ว เจอมันเข้าไป...เมิงอยู่บราซิลต่อดีกว่ามั้ยเนี่ย! ดูลักษณะแล้วคงไม่น่าใช่คนบราซิล น่าจะเป็นคนต่างชาติเหมือน ๆ กันมากกว่า แต่สงสัยมันจะอายอยู่เหมือนกัน น้ำตาไหลแล้วรีบปัดใหญ่ แหมมม พ่อคุ๊ณณณกรูเห็นแล้วหรอก เมิงไม่ต้องอาย
10 ชม.ที่นั่งข้างมันไม่ได้คุยกันเลยฮ่ะ แต่แน่นอนเราก็ได้สังเกตอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น เวลามันไปเข้าห้องน้ำจะใช้เวลานานนนนนนนนนมากกกกกก ไปทำอะไรกันแน่(?) แล้วก็มีอยู่ช่วงนึง มันเอาผ้าคลุมโปงค่ะ คุมไปเลยทั้งหัว หัวมันยิ่งเหม่ง ๆ อยู่ ดูแล้วนึกถึงอับดุล ....อุบดุลเอ้ย "เอ้ย!" << นี่ถ้ามันตอบอย่างนี้จริง ๆ เราเผ่นแน่ ๆ
.
อ่า พล่ามไปนาน เข้าเรื่องต่อค่ะ ไม่นานนัก(รึ?) AA 962 ไฟลท์ที่นั่งไปก็ลงแตะสนามบิน DFW (Dallas Forth-Worth International Airport - Texas) เป็นที่เรียบร้อย ขณะนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ค่ะ ผ่านด่านตม.และรับกระเป๋า พวกเราก็เดินไปเช็คอินต่อ ตอนนี้ล่ะไคลแมกซ์ กำหนดการเดิมคือต้องนั่งไฟลท์ต่อไปยัง LAX ใช่มั้ยคะ แล้วจะทำยังไงดีเมื่อไฟลท์ AA 2409 ในกำหนดการไป LA นั้นถูก Canceled เรียบร้อยประชาชีไปแล้ว!!!! เพราะอากาศหรืออย่างไรไม่ทราบ
เราเคยถามเพื่่อนไทยที่ไปแลกเปลี่ยนฯในละตินอเมริกาเหมือนกันแต่กำหนดการเดินทางของมันกลับก่อน ซึ่งทั้งหมดนั้นไป connecting ที่ LAX บางส่วนเครื่องดีเลย์หลายชม. บางส่วนติดอยู่ LAX สองสามวันเพราะเครื่องออกไม่ได้!!!!!!!! ค่ะ จากการเม้าท์กันอย่างเพลิดเพลิน พวกเราเริ่มเคร่งเครียด เจ้าหน้าที่ AA บอกว่าต้องเปลี่ยนไฟลท์ เพราะยังไงเขาต้องทำให้พวกเราไปถึงจุดหมายนั่นก็คือ กรุงเทพฯให้ได้มันเป็นหน้าที่ของเขา ...พูดน่ะง่ายนะ ทำจริง ๆ มันใช่ซะที่ไหน!!
เพื่อนที่เข้าไปเช็คอินใหม่คนแรกผ่านไปเรียบร้อย(หลงดีใจไป ไม่รู้ซะแล้วว่าความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา) พบว่าพวกเรานั่ง AA ต่อไปที่ NRT ญี่ปุ่นเลยค่ะ เฮกันใหญ่(ตอนแรก) พอคนที่ 2..3..4..5 เข้าไป....ขัดข้อง!!! ไม่พบชื่อ ไม่พบอะไรทั้งสิ้น!! เจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์ AA ทุกคนส่ายหัวแล้วบอกว่า No way จริง ๆ ออกตั๊วไม่ได้ ....อ้าว! อินี่ แล้วเมื่อกี้เพื่อนตรูที่เข้ามาคนแรกตั๊วออกได้ไง๊!!!!!
รอ...ร๊อ...รอ อยู่ประมาณสามชาติเศษ ในที่สุดฮีโร่ของพวกเราก็มาแล้วค่ะ เขาคือหัวหน้างานนั่นแหละ ป้าแกมาป๊อก ๆ แป๊ก ๆ อยู่ที่แป้นสองสามที ต่อสายหาสายนู้นสายนี้ แป๊บเดียว ตั๊วออกแว้วววววว!!!! พอของเราเองจัดการเรียบร้อย โล่งค่ะโล่งรีบวิ่งไปสูดอากาศข้างนอกแป๊บนึง(ทั้ง ๆ ที่่เพื่อนที่เหลือยังยืนรอรับชะตากรรมอยู่) โอ้ววววว 3 องศาโว้ยยค่ะ หนาวบรรลัย หมอกเต็มไปหมด เสร็จแล้วก็ต้องไปรีบต่อเกทเพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามามากแล้ว ไอ้ด่านตรวจมหาปะลัยของสหรัฐฯยังคงทำให้เราเสียเวลาเช่นเดิม
ไปนั่งพักที่เกทแป๊บเดียว เขาเรียกขึ้นเครื่องแระ ยังไม่ทันหายเหนื่อยเล้ยยย(เดี๋ยวเมิงได้หายแน่ มีเวลาพักอีก 13 ชม.กับเก้าอี้เครื่องบิน!!!)
13 ชม.!!! มากไปมั้ยยยยย เป็นอะไรที่ไม่มีวันลืมอีกแล้ว แตไฟลท์นี้เราได้นั่งช่วงติด ๆ กันค่ะ เพราะขอเจ้าหน้าที่เอาไว้ นี่ถ้าเป็นไฟลท์ในกำหนดการคงต้องนั่งแยกแน่ ๆ เอาวะ อย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายเกินไป นั่งกะเพื่อน ๆ แต่เส้นทางการบินครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าถีบมากค่ะ จาก เท็กซัสผ่านไอดาโฮแล้วข้ามขอบฟ้าแวนคูเวอร์ แถมโค้งเฉียดไปยันอลาสก้า ว๊ากกกกกกกก มิน่าทำไมมันนานนัก ที่แท้เมิงเล่นบินโค้งยังกะเกือกม้าอย่างนี้นี่เอง เข้าใจว่าน่าจะหลบมรสุมกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนะ น่ากลัว ๆ
ไม่นานนักแค่ 13 ชม.เองเครื่องก็แตะพื้นสนามบิน Narita โตเกียวแล้วค่ะ!! ความซวยยังไม่หยุดอยู่แค่ Texas เพราะหลังจากนั้นพวกเราก็พบว่าโดน Split ไฟลท์กัน คือรอบแรกไป 4 คน ที่เหลือ 19 คนไปอีกไฟลท์นึง ทายสิคะว่าดิชั้นได้ไปกลุ่มไหน
.
แหมมมมม ก็ต้องรอบ 4 คนอ่าจิ ไม่งั้นจะถึงก่อนเวลาในกำหนดการได้งั๊ยยยย เศร้าค่ะเศร้า ทำไมทำกะกรูอย่างนี้ว้าาา อยากอยู่กะเพื่อนเยอะ ๆ มากกว่า!!!!
สำหรับรอบแรกเครื่องกำลังจะออกอยู่แล้วค่ะตอนเข้าเกท แหมมม อิเจ้าหน้าที่ AA ที่ Dallas ทำชั้นแค้นไม่หายเลยนะเนี่ย ดูมันเลือกไฟลท์ให้ นี่้ถ้ากรูตกเครื่องจะทำยังไงฟะ! แต่ความพึงพอใจค่อยเพิ่มมานิดนึงค่ะเมื่อได้ไปกับ Japan Airlines เกรดพอ ๆ กับการบินไทย ชอบไม่ชอบก็แล้วแต่คนมั้ง แต่สำหรับเรามันเยี่ยมยอด ...AA ไปไกลตีนเลยไป๋!!!
ครั้งนี้เจอพี่แอร์ฯไทยสามคนด้วย อุ่นใจมาก ๆ บริการก็ดี ไม่อยากลงจากเครื่อง 555+ ทำไมตอนนั่งไฟลท์ยาว ๆ ไม่มีแบบนี้บ้างเนี่ย!!!
.
ไม่นานนัก(กี่ชม.ไม่รู้ไม่ได้นับ) JL 703 ลงแตะพื้นที่สุวรรณภูมิ ความรู้สึกแปลก ๆ กับมาอีกครั้ง ถึงไทยแล้วหรือนี่....จากนี้ไปชีวิตก็จะเปลี่ยนไปอีกแล้ว เปลี่ยนไปแนวไหนนะ ... คิดไปคิดมา คิดถึงแม่ คิดถึงเพื่อนว่าจะเปลี่ยนไปมั้ย และแน่นอน..สงสัยว่าแม่จะรู้มั้ยเนี่ยว่าลูกสาวตัวเองถึงไทยแล้ว(ก็ถึงเร็วกว่ากำหนดการนี่นา) ว่าแล้วเพื่อนมันก็คิดแผนพิเรนขึ้นมา ว่าจะนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านไปเซอร์ไพรส์พ่อแม่
อืม...หลังจากนั่นพวกเราก็กระดี๊กระด๊ากันมากค่ะ ใครที่พึ่งออกจากเกท D ตอนช่วงสามทุ่มของวันที่ 28 ม.ค. ก็จะสังเกตเห็นเด็กไทย 4 คนวิ่งเล่น เม้าท์แตกสนั่นกันอย่างลืมตัวว่า นี่อยู่ไทยแล้วนะเฟ้ยยย! พอผ่านด่านตม.ก็เจอพี่เจ้าหน้าที่เอเอฟเอส เขาบอกโทรแจ้งพ่อแม่แล้ว แผนพิเรนนั่นเลยต้องพับเก็บไป พอรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเจอหน้าพ่อแม่แล้วววววว
มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ออก...ความจริงคือรู้สึกเหมือนเดิมต่างหาก เป็นยังไงก็ยังคงเป็นอย่างนั้น
อบอุ่นใจที่ได้กลับมากอดแม่อีกครั้ง
ที่สำคัญที่สุดได้กลับมาู่ไทยอีกครั้ง อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าบ้านเราจริง ๆ ค่ะ
ถึงวันนี้ก็ถือว่าเราได้สิ้นสุดการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนฯแล้ว 1 ปีที่ผ่านมาจะเป็นแค่ความทรงจำและประสบการณ์อันมีค่า เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือการได้กลับมาเป็นลูกที่ดื้อด้านของแม่และลูกของพ่อหลวงแห่งปวงชนชาวไทยอีกครั้ง




